Margrethe Vestager คือผู้ที่พยายามตอบคำถามสำคัญที่สุดข้อหนึ่งของศตวรรษที่ 21 คือ “เมื่อบริษัทเทคโนโลยีมีอำนาจมากกว่ารัฐบางประเทศ ผู้นำควรออกแบบกติกาใหม่อย่างไร?” ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเป็นตัวแทนของความสามารถด้าน Governing in the Digital World หรือ Governing Digital Systems ในกรอบสมรรถนะของผู้นำเชิงระบบ หากอธิบายผ่านแนวคิด Leverage Points ของ Donella Meadows บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้เปลี่ยนแปลงทั้งการไหลของข้อมูล (information flows) กฎของแพลตฟอร์ม (rules) กลไกป้อนกลับ (feedback) และโครงสร้างของตลาด (markets) แต่ Vestager เลือกเข้าไปเปลี่ยน Rules of the System ซึ่งเป็นจุดคานงัด (leverage point) ที่ทรงพลังที่สุดระดับหนึ่งของระบบ (Ostrom, 2010) กล่าวคือ เธอไม่ได้มุ่งต่อสู้กับ Google, Apple, Meta หรือ Amazon เป็นรายบริษัท หากแต่พยายาม เปลี่ยนกติกาที่บริษัททุกแห่งต้องปฏิบัติตาม ซึ่งสะท้อนภาวะผู้นำเชิงระบบอย่างแท้จริง
Margrethe Vestager เป็นนักการเมืองชาวเดนมาร์ก และอดีตกรรมาธิการยุโรปด้านการแข่งขัน (European Commissioner for Competition) ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานบริหารของคณะกรรมาธิการยุโรปด้านยุคดิจิทัล (Executive Vice-President for A Europe Fit for the Digital Age) เธอมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันและการผลักดันกฎหมายสำคัญ ได้แก่ Digital Markets Act (DMA) และ Digital Services Act (DSA) (European Commission, 2022a, 2022b)
Vestager เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1968 ที่ประเทศเดนมาร์ก สำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Copenhagen และเข้าสู่การเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย หลังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงในเดนมาร์ก เธอได้รับแต่งตั้งเป็น European Commissioner for Competition ในปี 2014 และในปี 2019 ได้ดำรงตำแหน่ง Executive Vice-President for A Europe Fit for the Digital Age บทบาทของเธอเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ขณะที่กฎหมายการแข่งขันแบบดั้งเดิมเริ่มไม่เพียงพอต่อการกำกับดูแลเศรษฐกิจดิจิทัล (European Commission, 2022a)
Vestager มองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่บริษัทเทคโนโลยีมีขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ โครงสร้างของตลาดดิจิทัล ซึ่งเอื้อให้เกิดการกระจุกตัวของอำนาจผ่านข้อมูล (data) อำนาจจากเครือข่ายผู้ใช้ (network effects) และการควบคุมแพลตฟอร์ม (platform control) ภายใต้ระบบดังกล่าว ผู้ประกอบการรายใหม่แข่งขันได้ยาก ผู้บริโภคมีทางเลือกจำกัด และแพลตฟอร์มสามารถกำหนดเงื่อนไขของตลาดได้เอง ดังนั้น คำถามของ Vestager จึงไม่ใช่ “จะลงโทษบริษัทเทคโนโลยีอย่างไร” แต่คือ “จะออกแบบกติกาใหม่อย่างไร เพื่อให้การแข่งขันและนวัตกรรมดำรงอยู่ได้ในโลกดิจิทัล” (European Commission, 2022a)
Vestager ใช้จุดคานงัดในระดับ Rules of the System แทนที่จะแก้ปัญหาเป็นรายกรณี เธอผลักดันการสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ที่ใช้กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ทั้งหมด ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันกับ Google ในหลายคดี การตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของ Apple ใน App Store การกำกับ Meta และ Amazon ในประเด็นการแข่งขัน ตลอดจนการผลักดัน Digital Markets Act (DMA) และ Digital Services Act (DSA) เพื่อสร้าง “สนามแข่งขันที่เป็นธรรม” (level playing field) มากกว่าการจำกัดนวัตกรรม (European Commission, 2022a, 2022b, n.d.)
Vestager ย้ำอยู่เสมอว่า “Technology should work for people, not the other way around.” (Speeches and official statements by Margrethe Vestager, 2014–2024) ภายใต้แนวคิดนี้ สหภาพยุโรปพยายามสร้างกรอบกำกับดูแลที่รักษาสมดุลระหว่างนวัตกรรม สิทธิของผู้ใช้ และการแข่งขัน โดย Digital Markets Act (DMA) มุ่งกำกับดูแล “gatekeepers” หรือแพลตฟอร์มที่มีอำนาจเหนือตลาด เพื่อป้องกันการใช้อำนาจกีดกันคู่แข่ง ส่วน Digital Services Act (DSA) กำหนดความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มต่อการจัดการเนื้อหา ความโปร่งใสของอัลกอริทึม และการลดความเสี่ยงเชิงระบบ (European Commission, 2022a, 2022b)
การดำเนินงานของ Vestager ทำให้สหภาพยุโรปกลายเป็นหนึ่งในผู้กำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลดิจิทัลระดับโลก หลายประเทศและภูมิภาคได้นำหลักการของ DMA และ DSA ไปศึกษาและประยุกต์ใช้ แม้จะยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบต่อการแข่งขันและนวัตกรรม แต่แนวทางของสหภาพยุโรปได้เปลี่ยนการอภิปรายจากการกำกับดูแลบริษัทเป็นรายกรณี ไปสู่การออกแบบกติกาของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งระบบ (European Commission, 2022a, 2022b)
กรณีของ Margrethe Vestager แสดงให้เห็นว่า ในโลกดิจิทัล ภาวะผู้นำเชิงระบบมิได้หมายถึงการควบคุมเทคโนโลยี หากหมายถึงการออกแบบกติกาที่ทำให้เทคโนโลยีพัฒนาไปพร้อมกับการแข่งขัน ความเป็นธรรม และสิทธิของประชาชน การกำกับดูแลที่ดีจึงต้องมุ่งเปลี่ยน “กฎของระบบ” มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะราย ข้อมูลและแพลตฟอร์มเป็นแหล่งอำนาจรูปแบบใหม่ จึงต้องมีกลไกกำกับดูแลที่เหมาะสม นวัตกรรมและการกำกับดูแลไม่ใช่สิ่งที่ขัดแย้งกัน หากสามารถออกแบบกติกาได้อย่างสมดุล ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการแข่งขันที่เป็นธรรมย่อมเป็นรากฐานของความไว้วางใจในเศรษฐกิจดิจิทัล (Ostrom, 2010; Stilgoe et al., 2013; UNESCO, 2021)
ด้วยเหตุนี้ Margrethe Vestager จึงเป็นตัวแทนของความสามารถด้าน Governing in the Digital World เพราะเธอไม่ได้เพียงบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ หากยังมีบทบาทสำคัญในการออกแบบสถาบันและกติกาใหม่ของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในศตวรรษที่ 21
เรียบเรียงโดย
ผศ. ดร.สุนทร คุณชัยมัง
ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ความรู้
.
References
European Commission. (2022a). Regulation (EU) 2022/1925 of the European Parliament and
of the Council of 14 September 2022 on contestable and fair markets in the digital sector (Digital Markets Act). Official Journal of the European Union.
European Commission. (2022b). Regulation (EU) 2022/2065 of the European Parliament and
of the Council of 19 October 2022 on a Single Market for Digital Services (Digital Services Act). Official Journal of the European Union.
European Commission. (n.d.). Competition cases involving Google, Apple, Amazon, and
Meta.
Ostrom, E. (2010). Beyond markets and states: Polycentric governance of complex economic
systems. American Economic Review, 100(3), 641–672.
Speeches and official statements by Margrethe Vestager. (2014–2024). European Commission.
Stilgoe, J., Owen, R., & Macnaghten, P. (2013). Developing a framework for responsible
innovation. Research Policy, 42(9), 1568–1580.
UNESCO. (2021). Recommendation on the ethics of artificial intelligence.