Jacinda Kate Laurell Ardern เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 40 ของประเทศนิวซีแลนด์ (ค.ศ. 2017–2023) และได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าเป็นผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางวิกฤตหลายด้าน ทั้งการก่อการร้าย การระบาดของ COVID-19 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปฏิรูประบบนโยบายสาธารณะ ความโดดเด่นของ Ardern มิได้อยู่เพียงความสามารถในการบริหารวิกฤต หากอยู่ที่การสร้างความไว้วางใจของสังคม (public trust) การหล่อหลอมวิสัยทัศน์ร่วม และการแปลงคุณค่าทางศีลธรรมให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและเชิงสถาบัน จึงนับเป็นตัวแทนของ Leading Transformation Capability กล่าวคือ ความสามารถของผู้นำในการนำผู้คนผ่านการเปลี่ยนผ่าน (transformation) พร้อมทั้งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งในระดับนโยบาย สถาบัน และวัฒนธรรมของสังคม (Bass & Avolio, 1994)
Ardern เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1980 ที่เมือง Hamilton ประเทศนิวซีแลนด์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการสื่อสาร (Bachelor of Communication Studies) จาก University of Waikato ก่อนเข้าสู่การเมืองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี ค.ศ. 2008 และได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานในปี ค.ศ. 2017 ก่อนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปีเดียวกัน ระหว่างดำรงตำแหน่ง เธอได้รับการยกย่องจากนานาชาติในฐานะผู้นำที่สามารถผสมผสานความเด็ดขาดในการตัดสินใจเข้ากับความเห็นอกเห็นใจ (compassion) และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในผู้นำที่ทรงอิทธิพลของโลกหลายครั้ง (Ardern, 2025)
การนำประเทศหลังเหตุการณ์ Christchurch: เปลี่ยนความเห็นอกเห็นใจเป็นการปฏิรูประบบ
เหตุกราดยิงที่มัสยิดเมือง Christchurch เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2019 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คน 51 คน ถือเป็นบททดสอบสำคัญของภาวะผู้นำ Ardern เลือกตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความเป็นหนึ่งเดียวของสังคม และการสื่อสารที่สร้างความไว้วางใจ มากกว่าการปลุกเร้าอารมณ์แห่งความหวาดกลัวหรือความเกลียดชัง คำกล่าวที่ว่า “They are us.” กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนกรอบความคิดจากการมองผู้เสียหายว่าเป็น “คนอื่น” ไปสู่การยอมรับว่าเป็นสมาชิกของสังคมเดียวกัน การสื่อสารเช่นนี้ช่วยลดความแตกแยก สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของสังคม (Ardern, 2025)
อย่างไรก็ตาม ภาวะผู้นำของ Ardern มิได้หยุดอยู่เพียงการแสดงความเห็นอกเห็นใจ หากสามารถแปลงความรู้สึกของสังคมไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน โดยภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน รัฐบาลสามารถผลักดันกฎหมายควบคุมอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติฉบับใหม่ได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสของการปฏิรูประบบ
Wellbeing Budget: เปลี่ยนเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ
หนึ่งในผลงานที่สะท้อน Leading Transformation Capability อย่างชัดเจน คือการนำ Wellbeing Budget มาใช้เป็นกรอบหลักของการจัดทำงบประมาณแผ่นดินในปี ค.ศ. 2019 (New Zealand Treasury, 2019) แทนที่จะประเมินความสำเร็จของประเทศจากอัตราการเติบโตของ GDP เพียงอย่างเดียว รัฐบาลนิวซีแลนด์กำหนดให้การตัดสินใจด้านงบประมาณต้องคำนึงถึงสุขภาพจิต ความยากจนของเด็ก ความเหลื่อมล้ำ คุณภาพสิ่งแวดล้อม ความเข้มแข็งของชุมชน และคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กัน แนวคิดดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากแนวคิด Capability Approach ของ Amartya Sen ซึ่งเสนอว่าการพัฒนาที่แท้จริงควรวัดจากความสามารถของประชาชนในการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า มากกว่าการวัดจากรายได้หรือผลผลิตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว (Sen, 1999) ขณะเดียวกัน ยังสะท้อนแนวคิด Public Value ที่มองว่ารัฐมีหน้าที่สร้างคุณค่าต่อประชาชน มากกว่าการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว (Moore, 1995)
การบริหารวิกฤต COVID-19
เมื่อเกิดการระบาดของ COVID-19 Ardern นำหลักการ “Go hard, go early” มาใช้ โดยดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการสื่อสารที่เปิดเผย โปร่งใส และสม่ำเสมอ เธอจัดการแถลงข่าวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยภาษาที่เรียบง่ายและเข้าถึงประชาชน ส่งผลให้รัฐบาลได้รับความไว้วางใจในระดับสูง และประชาชนให้ความร่วมมือกับมาตรการสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง แม้ในเวลาต่อมาจะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดของมาตรการบางประการ แต่ในช่วงแรก นิวซีแลนด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Ardern, 2025)
การผลักดัน Climate Action
รัฐบาลของ Ardern ยังผลักดันการผ่าน Climate Change Response (Zero Carbon) Amendment Act 2019 ซึ่งกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) จัดตั้ง Climate Change Commission และกำหนดระบบ Carbon Budget เพื่อกำกับติดตามความก้าวหน้าของประเทศ ความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้มิได้อยู่เพียงการกำหนดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม หากอยู่ที่การสร้างกลไกเชิงสถาบันที่ทำให้นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศมีความต่อเนื่องในระยะยาว และได้รับการสนับสนุนจากหลายพรรคการเมือง จึงลดความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงนโยบายตามวาระรัฐบาล
Politics of Kindness: เปลี่ยนวัฒนธรรมการเมือง
Ardern นำเสนอแนวคิดที่เรียกว่า Politics of Kindness โดยเสนอว่าภาวะผู้นำไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนความแข็งกร้าว การแบ่งขั้ว หรือการใช้อำนาจ หากสามารถสร้างขึ้นจากความเห็นอกเห็นใจ การรับฟัง ความน่าเชื่อถือ และความโปร่งใส
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนรูปแบบของ Transformational Leadership ซึ่งผู้นำสามารถสร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนค่านิยม และยกระดับแรงจูงใจของผู้คนให้ร่วมกันสร้างอนาคตใหม่ มากกว่าการใช้อำนาจสั่งการเพียงอย่างเดียว (Bass & Avolio, 1994) ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับแนวคิด Adaptive Leadership ของ Heifetz (1994) ที่มองว่าผู้นำต้องช่วยให้สังคมเผชิญกับปัญหาซับซ้อนผ่านการเรียนรู้ร่วมกัน การเปิดพื้นที่ให้ผู้คนมีส่วนร่วม และการสร้างศักยภาพของระบบในการปรับตัว
บทเรียนด้าน Leading Transformation
กรณีของ Jacinda Ardern แสดงให้เห็นว่า การนำการเปลี่ยนแปลงมิได้เกิดจากการใช้อำนาจหรือการกำหนดนโยบายเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากการสร้างความไว้วางใจ การเปลี่ยนกรอบความคิดของสังคม และการเชื่อมโยงคุณค่าทางศีลธรรมเข้ากับการปฏิรูปเชิงนโยบาย
บทเรียนสำคัญประกอบด้วย
ความเห็นอกเห็นใจสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได้ เมื่อเชื่อมโยงกับการปฏิรูปเชิงนโยบาย ความไว้วางใจของประชาชนเป็นทุนสำคัญในการนำพาสังคมผ่านวิกฤต การเปลี่ยนตัวชี้วัดความสำเร็จของประเทศสามารถเปลี่ยนทิศทางของนโยบายสาธารณะทั้งระบบ การสร้างความร่วมมือและการสื่อสารอย่างโปร่งใสช่วยเพิ่มศักยภาพของสังคมในการปรับตัวต่อความท้าทาย ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงต้องสามารถแปลงวิสัยทัศน์และคุณค่าร่วมให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันที่ยั่งยืน
Jacinda Ardern จึงเป็นตัวแทนของ Leading Transformation Capability เพราะสามารถเชื่อมโยงคุณค่าทางศีลธรรมเข้ากับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย สร้างความไว้วางใจในช่วงวิกฤต และนำการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนในศตวรรษที่ 21
.
เรียบเรียงโดย
ผศ. ดร.สุนทร คุณชัยมัง
ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ความรู้
.
References
Ardern, J. (2025). A different kind of power. Crown.
Bass, B. M., & Avolio, B. J. (1994). Improving organizational effectiveness through
transformational leadership. Sage.
Heifetz, R. A. (1994). Leadership without easy answers. Harvard University Press.
Moore, M. H. (1995). Creating public value: Strategic management in government. Harvard
Press.
New Zealand Treasury. (2019). The Wellbeing Budget 2019.
Sen, A. (1999). Development as freedom. Oxford University Press.